วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

Recorded Diary 5



September 8,2015

ความรู้ที่ได้รับ (The knowledge gained)
             ทบทวนความรู้เดิมจากการศึกษา หน่วย อากาศ มีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้เด็ก เน้นทักษะในเรื่องการสังเกต แยะแยะ และการเปรียบเทียบ
             อาจารย์ให้กระดาษ 1 แผ่น และให้ออกแบบเกี่ยวกับสื่อที่จะใช้สอนวิทยาศาสตร์ 1 สื่อ

สอนเรื่อง การเคลื่อนที่

สื่อที่ใช้ กระดาษนำมาใช้พับกบ

                  

               การกระโดดของกบจะใช้ขาหลังทั้งสองข้างในการดีดตัวไปข้างหน้า เป็นพลังงานการเคลื่อนที่ ในแนวระนาบกับพื้น ทิศทางจะเกิดจากการสัมผัสของนิ้วในการกระทบกับกระดาษที่พับ

การนำเอาความรู้เดิมไปใช้ (Apply)
          เพราะฉะนั้นการเสริมวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กไม่จำเป็นต้องรู้ เคมี ฟิสิก ชีวะ แต่ต้องมีความรู้รอบตัว
        วิทยาศาสตร์เกิดได้จากสิ่งรอบตัวเรา การสอนวิทยาศาสตร์จำเป็นต้องมีความรู้เดิม เพื่อนำมาบูรณาการในการสอน การทำของเล่นวิทยาศาสตร์เกิดจากความคิดสร้างสรรค์
 

 
 
ทักษะ (Skills)
              อาจารย์สอนโดยให้นักศึกษาได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็น ได้ศึกษา และลงมือกระทำด้วยตนเอง
 
ประเมินห้องเรียน (Classroom Evaluation)
              ห้องเรียนสะอาด อุปกรณ์การเรียนสะดวกต่อการใช้สอย โต๊ะเพียงพอแก่ผู้เรียน
 
ประเมินผู้สอน (Evaluating Teacher)
              เข้าสอนตรงเวลา แต่งกายเหมาะสม เตรียมตัวมาสอนเป็นอย่างดี ใช้คำพูดในการสอนได้เหมาะสม อธิบายเนื้อหาละเอียดและเข้าใจง่าย
 
ประเมินเพื่อน (Evaluated for classmated)
              เข้าเรียนตรงเวลา มาสายบางกลุ่ม ตั้งใจเรียน ให้ความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็น
 
ประเมินตนเอง (Self Evaluation)
              เข้าเรียนตรงเวลา ตั้งใจเรียน แต่งกายถูกระเบียบ ไม่พูดคุยขณะที่อาจารย์กำลังทำการสอน ให้ความร่วมมือในการตอบคำถาม และตั้งใจร่วมทำกิจกรรม

วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

สรุปวิจัย (Science Research)

เรื่อง การพัฒนาการเรียนการสอนของครูปฐมวัยโดยใช้ทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์
หัวหน้าคณะวิจัย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ชุลีพร  สงวนศรี

                      วิทยาศาสตร์เป็นเครื่องมือพัฒนาคนในชาติให้สามารถแสวงหาความรู้แก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ผ่านวิธีสืบเสาะ ค้นคว้าความรู้ ความจริงทางวิทยาศาสตร์ ฝึกคิดวิเคราะห์ และตัดสินใจอย่างมีเหตุผล การพัฒนาคนจึงต้องอาศัยหลักคิดทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ผู้ฝึกคิดเป็น

วิธีการดำเนินวิจัย
                       การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยพัฒนาทดลอง พัฒนาการเรียนการสอนของครูปฐมวัย โดยใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับนักวิจัยและการสัมภาษณ์เชิงลึก ใช้วิธีการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา เก็บรวบรวมโดยการสังเกตจากการอบรมเชิงปฏิบัติการของกลุ่มเป้าหมาย การวิเคราะห์ สังเคราะห์และสรุปผล

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
                      1. แบบสอบถามความคิดเห็นครูปฐมวัย
                      2. แบบทดสอบวัดความรู้พื้นฐานการสอนคิดของครูปฐมวัย

ตัวแปรที่ศึกษา
                     ตัวแปรต้น คือ แผนกิจกรรมเสริมประสบการณ์โดยใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
              ตัวแปรตาม คือ ทักษะการสอนคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหาของครูปฐมวัย และความสามารถคิดวิเคราะ์แก้ปัญหาของเด็กปฐมวัย

สรุป
              จากการวิจัยพัฒนาทดลองเรื่อง การพัฒนาการเรียนการสอนของครูปฐมวัย โดยใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เกิดกระบวนการสังคมแห่งการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ระหว่างนักวิจัยกับชุมชน เกิดการเรียนรู้แบบร่วมมือ มีส่วนร่วมวางแผนจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์โดยใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เกิดความตระหนักเรื่องการพัฒนาเด็กคิด วิเคราะห์ การแก้ปัญหาร่วมกันระหว่างชุมชนกับนักวิจัย เด็กปฐมวัยได้พัฒนาการคิดผ่านการเล่นในชีวิตประจำวันโดยใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5      

วันศุกร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2558

Recorded Diary 4

September 1,2015

งดการเรียนการสอน
       เนื่องจากทางคณะศึกษาศาสตร์มีการจัดโครงการศึกษาศาสตร์วิชาการ"ทักษะการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21" ในวันที่ 1 กันยายน 2558 ณ ลานอเนกประสงค์ อาคาร 28 ชั้น 1 มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม โดยช่วงเช้าภายในงานได้รับฟังการบรรยายของ อ.ดร.อภิภู  สิทธิภูมิมงคล  โดยมีรายละเอียดดังนี้

        "การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 นั้น สาระวิชาก็มีความสำคัญแต่ไม่เพียงพอสำหรับการเรียนรู้เพื่อชีวิตในโลกยุคศตวรรษที่ 21 ปัจจุบันการเรียนรู้สาระวิชา (content หรือ subject matter) ควรเป็นการเรียนจากการค้นคว้าเองของตัวผู้เรียน โดยผู้สอนช่วยแนะนำและช่วยออกแบบกิจกรรมที่ช่วยให้ผู้เรียนแต่ละคนสามารถประเมินความก้าวหน้าของการเรียนรู้ของตนเองได้"



การเรียนรู้ 3R x 7C

3R คือ  - Reading(อ่านออก)
            - (W)Riting(เขียนได้)
            -  (A)Rithemetics(คิดเลขเป็น)

7C ได้แก่  
   - Critical Thinking and Problem Solving (ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา)
   - Creativity and Innovation (ทักษะด้านการสร้างสรรค์และนวัตกรรม)
   - Cross - cultural Undersranding (ทักษะด้านความเข้าใจความต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์)
   - Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ)
   - Communications, Information, and Media Literacy (ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ)
   - Computing and ICT Literacy (ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร)
   - Career and Learning Skills (ทักษะการอาชีพและทักษะการเรียนรู้)



ครูในศตวรรศที่ 21 ต้องมีลักษณะที่เรียกว่า E - Teacher
    1. Experience : มีประสบการณ์ในการจัดการเรียนรู้แบบใหม่ เช่น เรียนผ่านสื่อเทคโนโลยี Internet,E-mail เป็นต้น
    2. Extended : มีทักษะการแสวงหาความรู้ใหม่ๆเพื่อขยายองค์ความรู้ของตนเองตลอดเวลา ผ่านทางสื่อเทคโนโลยี
    3. Expanded : มีความสามารถในการถ่ายทอดหรือขยายความรู้ของตนเองสู่นักเรียนผ่านสื่อเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    4. Exploration : มีความสามารถในการเสาะหาและคัดเลือกเนื้อหาความรู้หรือเนื้อหาที่ทันสมัย เหมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อผุ้เรียนผ่านทางสื่อเทคโนโลยี
    5. Evaluation : เป็นนักประเมินที่ดี มีความบริสุทธิ์และยุติธรรม และสามรถใช้เทคโนโลยีในารประเมินผล
    6. End - User : เป็นผู้ที่ใช้สื่อเทคโนโลยี (user) อย่างคุ้มค่าและใช้ได้อย่างหลากหลาย
    7. Enabler : สามารถใช้เทคโนโลยีสร้างบทเรียน เนื้อหา และสื่อการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    8. Engagement : ต้องร่วมมือและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันผ่านสื่อเทคโนโลยี จนพัฒนาเป็นเครือข่ายความร่วมมือ เช่น เกิดชุมชนครูบนweb
    9. Efficient and Effective : สามารถใช้สื่อเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ทั้งในฐานะที่เป็นผู้ผลิตความรู้ ผู้กระจายความรู้ และผู้ใช้ความรู้


สรุป  การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ต้องก้าวข้าม "สาระวิชา" ไปสู้การเรียนรู้ "ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21" (21st Century Skills) ซึ่งครูจะเป็นผู้สอนไม่ได้ แต่ต้องให้นักเรียนเป็นผู้เรียนรู้ด้วยตนเอง โดยครูจะออกแบบการเรียนรู้ ฝึกฝนให้ตนเองเป็นโค้ช (Coach) และอำนวยความสะดวก (Facilitator) ในการเรียนรู้แบบ PBL (Problem - Based Learning) ของนักเรียน ซึ่งสิ่งที่เป็นตัวช่วยของครูในการจัดการเรียนรู้คือ ชุมชนการเรีนนรู้ครุเพื่อศิษย์ (Professional Learning Communities : PLC) เกิดจากการรวมตัวกันของครูเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำหน้าที่ของครูแต่ละคนนั่นเอง.

ทักษะ (Skills)
     - ได้ทราบว่าปัจจุบันการเรียนรู้สาระวิชาควรเป็นการเรียนจากการลงมือกระทำหรือการค้นคว้าเองของผู้เรียน โดยผู้สอนเพียงช่วยแนะนำและช่วยออกแบบกิจกรรมที่ช่วยให้ผู้เรียนแต่ละคนสามารถประเมินความก้าวหน้าของการเรียนรู้ของตนเองได้

ประเมินเพื่อน (Evaluation for classmated)
     - เข้าอบรมตรงเวลาและตั้งใจฟังการบรรยายจากวิทยากร

ประเมินตนเอง (Self Evaluation)
     - เข้าอบรมตรงเวลา ตั้งใจฟังการบรรยายจากวิทยากรและตอบคำถาม

            

วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2558

Recorded Diary 3

August 25,2015

ความรู้ที่ได้รับ (The knowledge gained)
             อารจารย์บอกถึงสิ่งที่ควรแก้ไขในการทำบล็อค ยกตัวอย่างจากบล็อคเพื่อนเลขที่แรกๆ ทำบล็อคอย่างไรถึงจะถูกต้อง ควรตรวจทานตัวอักษรให้ถูกต้องและจัดองค์ประกอบของบล็อคให้พอดี สะดวกแก่การเข้าชม

สรุปความรู้จากหนังสือวิทยาศาสตร์
เรื่อง : อากาศ
(สรุปกิจกรรมร่วมกับนางสาว เปมิกา ชุติมาสวรรค์)

              เด็กๆคุ้นเคยกับสสารนับร้อยๆอย่างโดยผ่านทางประสาทสัมผัส แต่อากาศจะทำให้เด็กแปลกใจเพราะเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น แม้ว่ามีอากาศอยู่ตลอดเวลาแต่ก็ไม่อาจสัมผัสได้โดยตรงจนกว่าอากาศจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับบางสิ่งบางอย่าง 

ตัวอย่างกิจกรรมที่เลือก
กิจกรรม : อากาศในถุงหนึ่งทำอะไรได้บ้าง

                                 

 
จุดประสงค์การเรียนรู้ : เพื่อขยายความเข้าใจที่ว่าอากาศมีมวล
วัสดุ : ถุงกระดาษขนาดใหญ่แข็งแรง ลวดสำหรับมัดปากถุง หรือเทปกาว ที่สูบลมล้อจักรยานเป็นแบบมีลูกสูบลมหรือที่สูบแบบใช้มือก็ได้ หนังสือเล่มหนักๆหรือแท่งไม้
ขั้นเตรียมการ : รวบปากถุง มัดด้วยลวดหรือเทป วางถุงไว้บนพื้น เอาหนังสือวางตั้งบนถุงวางที่สูบลมไว้ใกล้ๆดังภาพ






กิจกรรมกลุ่มย่อย 
    1. แสดงวิธีใช้ที่สูบลมให้นักเรียนดูถ้านักเรียนไม่รู้จักหรือใช้ไม่เป็น ให้ดูช่องที่ให้ลมเข้า ลมนี้จะถูกสูบออกโดยที่สูบลม(ถ้าเป็นแบบมีลูกสูบให้เอาจุ๊บที่ปิดออกด้วย) ให้นักเรียนสัมผัสลมที่กำลังถูกสูบออก
       2. ถาม"นักเรียนคิดว่าถุงที่บรรจุอากาศเต็มนี้จะดันให้หนังสือล้มได้หรือไม่ เราจะหาคำตอบนี้ได้อย่างไร"
       3. สอดปลายของสายยางลูกสูบเข้าไปในถุง ปิดปากถุงให้สนิทหรือเพียงจับไว้ให้สายยางอยู่ในถุงขณะที่นักเรียนผลัดกันสูบลมเข้าไปในถุงดันให้หนังสือล้มลง "ใช่อากาศไหมที่ทำให้หนังสือล้ม นักเรียนคิดว่าอากาศเป็นสิ่งที่มีจริงหรือไม่แม้ว่าเรามองไม่เห็น" ครูชวนคุยเรื่องของถุงลมนิรภัยในรถยนต์

การนำเอาความรู้ไปใช้ (apply)
          - จากการศึกษากิจกรรมในหนังสือสามารถเอาไปบูรณาการในการเรียนการสอนในอนาคตได้

ทักษะ(skills)
         - จากการเข้าห้องสมุดเพื่อหาหนังสือวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กอาจารย์อธิบายความรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ทำการเลือกหนังสือให้นักศึกษาอ่านทำความเข้าใจและจับสลากเลือกหน่วยเพื่อทำความเข้าใจในรายละเอียดให้มากขึ้น 

วิธีการสอน (How to teach)
      - หาความรู้เพิ่มเติมจากการอ่านหนังสือในห้องสมุด

ประเมินห้องเรียน (Classroom Evaluation) 
      - ห้องเรียนมีความสะอาดเหมาะสมแก่การเรียนและอุปกรณ์ประกอบการณ์สอนใช้งานได้ไม่ขัดข้อง
         - ห้องสมุดสะอาดและเงียบสงบ เหมาะแก่การศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเป็นอย่างยิ่ง

ประเมินผู้สอน (Evaluating teacher) 
      - เข้าสอนตรงเวลา อธิบานเนื้อหาเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ให้เข้าใจง่ายอย่างชัดเจน

ประเมินเพื่อน (Evaluated for classmated)
         - ตั้งใจค้นหาหนังสือตามที่ได้รับมอบหมายและสนใจในเนื้อหาของหนังสือ

ประเมินตนเอง (Self Evaluation)
      - เข้าเรียนตรงเวลาตั้งใจหาหนังสือตามคำหมอบหมายของผู้สอนและมีมารยาทในการใช้ห้องสมุด 


วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2558

Recorded Diary 2

August 18,2015

ความรู้ที่ได้รับ (The knowledge gained)
     วิทยาศาสตร์อยู่รอบตัว ทำให้เราเข้าใจ เชื่อในเหตุผลหรือข้อมูล เกิดการพัฒนาและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้
         - รู้จัก
         - มีเหตุผล
         - นำไปใช้ประโยชน์
         - เกิดการพัฒนา

พัฒนาการทางสติปัญญา (Cognitive development) หมายถึง การเปลี่ยนแปลงที่พัฒนาไปตามลำดับ ความเจริญงอกงามด้านความสามารถ พัฒนามาจากการมีปฏิสัมพันธ์ (interaction) กับสิ่งแวดล้อม เริ่มตั้งแต่แรกเกิด ทำให้เด็กรู้จักตัว"ตน" (self) ตอนแรกเกิดเด็กยังไม่สามารถแยก"ตน"ออกจากสิ่งแวดล้อมได้ การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลกับสิ่งแวดล้อมเป็นกระบวนการที่ต่อเนื่องตลอดเวลาและตลอดชีวิต เพื่อให้เกิดความสมดุล (equilibrium) การมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างบุคคลกับสิ่งแวดล้อม


กระบวนการปฏิสัมพันธ์ (interaction) ประกอบด้วย 2 กระบวนการ ได้แก่
   1. กระบวนการดูดซึม (assimilation)
        - เมื่อมนุษย์มีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมก็จะซึมซาบหรือดูดซึมประสบการณ์ใหม่ ให้รวมเข้าอยู่ในโครงสร้างของสติปัญญา โดยจะตีความหรือรับข้อมูลจากสิ่งแวดล้อม
   2. กระบวนการปรับโครงสร้าง (accommodation)
        - การเปลี่ยนแบบโครงสร้างของเชาว์ปัญญา

 การปรับตัวเข้าสู่สภาวะสมดุลระหว่างอินทรีย์และสิ่งแวดล้อม
           - การดูดซึมเพื่อรับประสบการณ์ใหม่
           - การปรับโครงสร้างเป็นการปรับโครงสร้างความคิดเดิมให้สอดคล้องเหมาะสมกับประสบการร์ใหม่ที่ได้รับเข้ามา 

ทฤษฎีพัฒนาการด้านการรู้คิดของเพียเจท์ แบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอนดังนี้
            1. ขั้นประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหว (Sensori motor Stage)
            2. ขั้นก่อนการคิดอย่างมีเหตุผล (Preoperational)
                   - ขั้นก่อนความคิดรวบยอด (Preconceptual Thought)
                   - ขั้นคิดได้เองโดยไม่รู้เหตุผล (Intuitive Thought)
            3. ขั้นปฏิบัติการคิดแบบเป็นนามธรรมมากขึ้น (Concrete Operation Thought)

การนำเอาทฤษฎีไปใช้
            - ต้องมีขอบเขตจำกัดและมีลักษณะเฉพาะที่เรียกว่า "การยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง"
            - สามารถจัดประสบการณ์รวมทั้งสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยหรือกระตุ้นความคิด

ทักษะ (skills)
          - ใช้คำถามเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทั้งก่อนและหลังเรียน

วิธีการสอน (How to teach) 
              - บรรยายผ่านโปรแกรม Power Point
              - ตั้งคำถามเพื่อกระตุ้นความรู้ของนักศึกษา
              - แจกกระดาษให้นักศึกษาเขียนพัฒนาการทางสติปัญญาตามความเข้าใจของนักศึกษาเอง

ประเมินห้องเรียน (Classroom Evaluation) 
              - ห้องเรียนและบรรยากาศภายในห้องเรียนปกติ
              - เทคโนโลยีภายในห้องเรียนใช้สอยได้ปกติ

ประเมินอาจารย์ (Evaluating teacher) 
              - เข้าสอนตรงเวลาและเตรียมการสอนมาอย่างดี

ประเมินเพื่อน (Evaluated for classmated) 
              - ตั้งใจเรียนและให้ความร่วมมือในการตอบคำถาม

ประเมินตนเอง (Self Evaluation)
              - เข้าเรียนตรงเวลา ตั้งใจเรียนและให้ความร่วมมือในการตอบคำถามเป็นอย่างดี


สรุปบทความ (Article)

เรื่อง การจัดการเรียนรู้วิทยาศาตร์ปฐมวัย
โดย มิส วัลลภา ขุมหิรัญ

          การเรียนรู้วิทยาศาสตร์มีความสำคัญที่จะทำให้คนได้พัฒนาวิธีคิด ทั้งทางความคิดเป็นเหตุเป็นผล คิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์ วิจารณ์ มัทักษะในการค้นคว้าหาความรู้ มีความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ช่วยให้คนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับธรรมชาติและเทคโนโลยี รวมไปถึงการนำความรู้ที่ได้ไปใช้อย่างสร้งสรรค์และมีเหตุผล นอกจากนั้นการจัดประสบการณ์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ยังควรเน้นให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางเพื่อเปิดโอกาสให้เด็กมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมเพื่อได้รับประสบการณ์ตรง ได้ลงมือปฏิบัติจริงโดยมีครูเป็นผู้ตอบสนองความสนใจและทำการส่งเสริมโครงสร้างความคิดจากประสบการณ์ เพื่อพัฒนามุมมองและความเข้าใจทางวิทยาศาสตร์

Recorded Diary 1

August 11,2015

- แนะนำรายวิชา
- แจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับการทำอนุทิน
- อธิบายในหัวข้อการจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

ความรู้ที่ได้รับ (The knowledge gained
  1. การคิด
        - การคิดแบบวิเคราะห์
        - การคิดแบบสังเคราะห์
        - การคิดแบบความคิดสร้างสรรค์
        - การคิดเชิงเหตุและผล
  2. การสื่อสาร
  3. วิธีการเรียนรู้โดยใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 กระทำกับวัตถุ
  4. การจัดประสบการณ์
  5. ทักษะทางวิทยาศาตร์
  6. เครื่องมือในการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
         - ภาษา
         - คณิตศาสตร์

เทคนิคการสอน (Teaching Techniques)
   1. การใช้คำถามเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
   2. การลงมือปฏิบัติเพื่อเรียนรู้ด้วยตนเอง
   3. การใช้เทคโนโลยีเพื่อการสอนแบบเห็นภาพ

การนำไปใช้ (Apply)
   1. นำไปใช้ในการเขียนแผนการจัดประสบการณ์
   2. นำไปใช้ในการออกแบบสื่อการจัดประสบการณ์
   3 นำไปใช้ในการวางแผนเพื่อทำการสอน

ทักษะ (Skills)
    - การใช้คำถามและเปลี่ยนความคิดเห็น

วิธีการสอน (How to Teach)
    - ใช้ Mapping ในการบรรยายการสอน
    - ใช้คำถามสอดแทรกเพื่อกระตุ้นความคิด

ประเมินสภาพห้องเรียน (Classroom Evaluation)
    - ห้องเรียนมีสภาพที่เหมาะสมแก่การเรียน
    - สื่อการสอนใช้ได้ปกติ

ประเมินอาจารย์ (Evaluating teachers)
    - เข้าสอนตรงเวลาและมีการเตรียมการสอนมาเป็นอย่างดี

ประเมินเพื่อน (Evaluated for classmates)
    - ตั้งใจเรียนและให้ความร่วมมือในการตอบคำถาม

ประเมินตนเอง (Self Evaluation)
    - เข้าเรียนตรงเวลา แต่งการถูกระเบียบ ยังไม่ค่อยกล้าแสดงความคิดเห็น